ตลาดโลกกำลังโต แต่จีนกลับเจอปัญหาล้น
คนในวงการสิ่งทอที่ติดตามข่าวคงรู้ดีว่า ตัวเลขการเติบโตของตลาดเส้นใยโพลีเอสเตอร์ระดับโลกดูสวยหรูมาก The Insight Partners รายงานว่า ปี 2025 ตลาดมีมูลค่า 83,820 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะพุ่งถึง 139,540 ล้านดอลลาร์ในปี 2034 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 6.58% (The Insight Partners, 2025) แต่พอหันมามองที่จีน—ผู้ผลิตและผู้บริโภครายใหญ่ที่สุด—กลับเจอสิ่งที่ตรงกันข้าม กำลังการผลิตล้นเกิน ราคาตกต่ำ และสต็อกผ้าดิบที่พอกพูนขึ้นทุกปี
นี่คือความขัดแย้งที่นักวิเคราะห์และผู้จัดซื้อต้องทำความเข้าใจให้ลึก เพื่อไม่ให้หลงทางจากตัวเลขภาพรวมที่อาจบดบังความจริงเฉพาะตลาด
จีนผลิตมากเกินไปจริงหรือ?
ข้อมูลจาก前瞻产业研究院 (Qianzhan) ชี้ว่า ในปี 2025 จีนผลิตเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์แบบเส้นใยยาว (Polyester Filament Yarn) สูงถึงประมาณ 52.5 ล้านตัน ขณะที่การส่งออกในปี 2024 อยู่ที่ 393,300 ตันเท่านั้น (Qianzhan, 2026) ตัวเลขการบริโภคภายในประเทศก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด—2024 อยู่ที่ 57.17 ล้านตัน และคาดการณ์ 2025 อยู่ที่ 57.37 ล้านตัน (Qianzhan, 2026) เมื่อการผลิตโตเร็วกว่าความต้องการ ก็ไม่แปลกที่สต็อกผ้าดิบ (grey fabric) จะสะสมเพิ่มขึ้นทุกปี
| ตัวชี้วัด | ข้อมูล | แหล่งที่มา |
|---|---|---|
| มูลค่าตลาดโลก 2025 | 83,820 ล้าน USD | The Insight Partners |
| มูลค่าตลาดโลก 2034 (พยากรณ์) | 139,540 ล้าน USD | The Insight Partners |
| CAGR (2026-2034) | 6.58% | The Insight Partners |
| ผลผลิตเส้นใยยาวจีน 2025 | ~52.5 ล้านตัน | Qianzhan |
| การส่งออกเส้นใยยาวจีน 2024 | 393,300 ตัน | Qianzhan |
| การบริโภคภายในประเทศ 2024 | 57.17 ล้านตัน | Qianzhan (apparent consumption) |
| การบริโภคภายในประเทศ 2025 (พยากรณ์) | ~57.37 ล้านตัน | Qianzhan |
| ปริมาณโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลจีน 2023 | 5.65 ล้านตัน | 普华有策 (Puhua Youce) |
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก头豹研究院 (LeadLeo) ยังชี้ว่า จำนวนวันที่สต็อกผ้าดิบ (grey fabric inventory days) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา สะท้อนว่าความต้องการปลายทางไม่สามารถดูดซับกำลังการผลิตที่ขยายตัวเร็วเกินไปได้ (LeadLeo, 2020)
แยกตลาด: เส้นใยยาว vs เส้นใยสั้น vs รีไซเคิล
ตลาดโพลีเอสเตอร์ไม่ได้มีเนื้อเดียวกัน การเติบโตและแรงกดดันในแต่ละเซกเมนต์แตกต่างกันมาก
เส้นใยยาว (Filament Yarn)
เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด Business Research Insights รายงานว่า DTY (Draw Textured Yarn) ครอง share 39%, POY (Partially Oriented Yarn) 28%, FDY (Fully Drawn Yarn) 22% (Business Research Insights, 2025) ราคาในจีนช่วงต้นปี 2026: POY 7,150 หยวน/ตัน, DTY 8,200 หยวน/ตัน, FDY 7,445 หยวน/ตัน (Qianzhan, 2026) แนวโน้มราคาลดลงจากปีก่อนหน้า เพราะอุปทานล้น ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่าง桐昆, 新凤鸣, 恒逸 ยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อรักษาส่วนแบ่ง
เส้นใยสั้น (Staple Fiber)
ตลาดเส้นใยสั้น (PSF) ปี 2025 มีมูลค่า 32,590 ล้านดอลลาร์ คาดปี 2034 จะถึง 53,350 ล้านดอลลาร์ (The Insight Partners, 2025) จีนผลิต PSF ประมาณ 10.77 ล้านตันในปี 2021 (Puhua Youce) และส่งออกประมาณ 1 ล้านตันต่อปี ความต้องการภายในประเทศมาจากกลุ่ม nonwoven, automotive, home textile เป็นหลัก จุดที่ควรจับตาคือ เส้นใยสั้นแบบต่างชนิด (differentiated) เช่น low-melt fiber, hollow fiber กำลังเติบโตเพราะใช้ในผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล (rPET)
นี่คือจุดที่ทั้งสิ่งแวดล้อมและธุรกิจมาเจอกัน จีนผลิต rPET 5.65 ล้านตันในปี 2023 (Puhua Youce) หลังจากหดตัวในช่วง 2018-2020 ก็กลับมาเติบโตอีกครั้ง การรีไซเคิลโพลีเอสเตอร์ 1 ตันช่วยลดการปล่อย CO2 ได้ 1.871 ตัน (Puhua Youce) แต่ข้อจำกัดคือ ของเสียโพลีเอสเตอร์ 34% ไม่สามารถรีไซเคิลได้ และ 27% กลายเป็นไมโครพลาสติก (Business Research Insights, 2025) ดังนั้น แม้ rPET จะเป็นโอกาส แต่ก็ไม่ใช่ทางออกทั้งหมด
ผู้ผลิตชั้นนำเริ่มหันมาลงทุนในเทคโนโลยี green polyester โดยเพิ่มการลงทุน 24% และ 31% ของบริษัทเปลี่ยนมาใช้ bio-based yarn (Business Research Insights, 2025) นักวิเคราะห์ควรมองว่า นี่คือ structural shift ไม่ใช่แค่กระแส
กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว—ปัจจัยที่กดดันตลาดจีน
ข้อมูลจาก LeadLeo บอกว่า อัตราการเติบโตของรายได้ต่อหัวและรายจ่ายเพื่อการบริโภคของจีนลดลงจาก 10.1%/9.6% ในปี 2014 เหลือ 8.9%/8.6% ในปี 2019 (LeadLeo, 2020) และช่วงโควิด-19 ยิ่งซ้ำเติม ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย สินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่มและรถยนต์—ซึ่งเป็นปลายทางหลักของโพลีเอสเตอร์—ได้รับผลกระทบโดยตรง
รับข้อมูลเชิงลึกแบบนี้ในกล่องจดหมายของคุณ
หนึ่งอีเมลต่อสัปดาห์ ไม่มีสแปม
เมื่อรวมกับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจาก PTA และโพลีเอสเตอร์ใหม่ ๆ ที่ทยอยเดินเครื่อง สมการก็ชัด: อุปทานล้น อุปสงค์แผ่ว ราคาตก สต็อกสูง
มุมมองสำหรับผู้จัดซื้อ: โอกาสซ่อนอยู่ที่ไหน?
จากข้อมูลทั้งหมด ผมขอสรุปเป็นข้อเสนอแนะสำหรับนักวิเคราะห์และผู้จัดซื้อ:
- อย่ามองแต่ตัวเลขรวมโลก—การเติบโต CARG 6.58% อาจมาจากประเทศเกิดใหม่ (อินเดีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แอฟริกา) มากกว่าจีน ตลาดจีนเองกำลังอิ่มตัว
- ให้ความสำคัญกับ differentiated fiber—เส้นใยชนิดพิเศษ (low-melt, hollow, antibacterial, flame retardant) มีมาร์จิ้นดีกว่าและไม่เผชิญการแข่งขันจาก commodity fiber
- rPET ไม่ใช่เพียงเรื่อง ESG—แบรนด์ตะวันตกกำลังผลักดันสัดส่วนการใช้ recycled content ผู้ผลิตจีนที่ปรับตัวได้จะได้เปรียบ
- ติดตามนโยบายสิ่งแวดล้อม—จีนเริ่มเข้มงวดการปล่อยน้ำเสียจากฟอกย้อมและไมโครพลาสติก โรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานจะถูกบีบให้เลิกผลิต ซึ่งอาจช่วยปรับสมดุลอุปทานล้นในระยะยาว
- Watch out for inventory days—ถ้าสต็อกผ้าดิบยังเพิ่มขึ้น แสดงว่าความต้องการปลายทางยังไม่ฟื้น ผู้ซื้อควรรอจังหวะกดราคาหรือเปลี่ยนแหล่งผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม: ระเบิดเวลาที่ทุกคนต้องจับตา
34% ของขยะโพลีเอสเตอร์ไม่สามารถรีไซเคิลได้ (Business Research Insights, 2025) ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่จะกลายเป็นแรงกดดันทางกฎหมายและภาพลักษณ์แบรนด์ ผู้ผลิตที่พึ่งพาเส้นใยเวอร์จิ้นล้วนอาจถูกเก็บภาษีหรือถูกกีดกันการค้าในอนาคต
นอกจากนี้ การผลิตโพลีเอสเตอร์เวอร์จิ้นยังพึ่งพาปิโตรเคมี ซึ่งผันผวนตามราคาน้ำมัน—เมื่อน้ำมันดิบแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2026 ต้นทุนวัตถุดิบก็เพิ่มขึ้น แต่ผู้ผลิตจีนกลับกดราคาขายไม่ได้เพราะการแข่งขันสูง ส่งผลให้กำไรหดตัว
สรุป: อย่าเชื่อตัวเลขโตโดยไม่ดูโครงสร้าง
ตลาดโลกจะโตถึง 139,540 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2034—นั่นเป็นความจริง แต่สำหรับจีน ความจริงอีกด้านคือ กำลังการผลิตล้น ราคาตก และความต้องการชะลอ นักวิเคราะห์ที่ฉลาดจะมองหาโอกาสในช่องว่างของตลาด เช่น เส้นใยรีไซเคิล, เส้นใยประสิทธิภาพสูง, และการส่งออกไปยังตลาดเกิดใหม่ ส่วนผู้จัดซื้อ ควรรักษาความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน กระจายแหล่งผลิต และไม่ตุนสต็อกมากเกินไปเพราะราคามีแต่จะลง



